“หมอพลอย – หมอบอย” จาก 2 คลินิกความงามชื่อดัง ประสานเสียง ชูความพร้อมหากไฟเขียวให้เปิดคลีนิกความงาม

“หมอพลอย – หมอบอย” จาก 2 คลินิกความงามชื่อดัง ประสานเสียง  ชูความพร้อมหากไฟเขียวให้เปิดคลีนิกความงาม

“พ.ญ.พลอยลดา ธนาไพศาลวรกุล” ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารลลลนาคลินิก กล่าวว่า “สำหรับการเตรียมความพร้อมที่จะเปิดให้บริการสำหรับลลลนาคลินิก ก็ค่อนข้างพร้อมค่ะ ด้วยความที่เราเป็นหมอเราจึงเตรียมรับมือโควิด 19 ตั้งแต่ก่อนรัฐบาลเค้าสั่งปิดแล้วค่ะ เพียงแต่ว่าเราก็ต้องดูว่ารัฐบาลจะให้เพิ่มมาตรการอะไรบ้าง”

“ที่เราเน้นย้ำกับพนักงานเลยก็คือความสะอาดของรายละเอียดทุกขั้นตอน วัดอุณหภูมิลูกค้าและพนักงานก่อนเข้าคลินิกทุกคน พนักงานจะมีแอลกอฮอล์สำหรับพ่นติดตัวตลอด และต้องล้างมือทั้งก่อนและหลังสัมผัสทุกเคส ใส่หน้ากากและfaceshield ตลอด ถุงมือเราใช้แล้วทิ้งทุกเคส เครื่องมือต่างๆ ก็ผ่านการsterile ก่อนนำมาใช้  ลลลนาคลินิกค่อนข้างจะมีความไพรเวทสูง คือเป็นห้องส่วนตัวแยกกันทุกคน และการนัดลูกค้าเราก็จะนัดแต่ละเคสแยกแบบให้ลูกค้าไม่มาตรงกันค่ะ จะมีการให้ทำความสะอาดพื้นทุกชั่วโมง และมีการคลีนพื้นผิวสัมผัสทุกครั้งหลังลูกค้ากลับ ตามคำแนะนำของสมาคมโรคติดเชื้อ เพราะเชื้อที่ลอยบนอากาศและตกลงสู่พื้น เมื่อเราทำความสะอาดพื้นและผิวสัมผัส จะทำให้เชื้อจะไม่ฟุ้งกระจายและเป็นการกำจัดเชื้อที่เชื่อถือได้ค่ะ”

“หมอเชื่อว่าแต่ละคลินิกต้องดูแลมาตรฐานเรื่องความสะอาดอยู่แล้ว เพราะคลินิกทุกที่ก็จะมีหมอดูแล ทุกคนก็เป็นห่วงสุขภาพของทั้งตัวเอง ลูกค้า และพนักงานอยู่แล้ว ก็น่าจะป้องกันเป็นอย่างดีค่ะ และเราผ่านการlockdownมาจนพ้นระยะฟักตัวของโรค ก็ค่อนข้างจะมั่นใจว่าพวกเราปลอดโรค ซึ่งถ้าไม่มีเคสใหม่นำเชื้อเข้ามาจากต่างประเทศหรือจังหวัดที่มีการแพร่ระบาด เราก็น่าจะทยอยเปิดกิจการต่างๆ ได้แต่ก็ต้องระมัดระวังด้วยค่ะ”

“สุดท้ายหมอก็อยากให้กำลังใจกับทุกคนที่ประสบปัญหานี้ เพราะตอนนี้ทุกคนก็ลำบากกันหมดจริงๆ มากน้อยต่างกันไป มันเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่ทุกคนเจอกันหมด ก็เห็นใจคนที่ลำบากมากๆ หรือคนที่ไม่มีจะกินก็ขอให้อย่าคิดสั้น ยังมีหลายฝ่ายพร้อมให้ความช่วยเหลือ หมอเชื่อว่าสักพักมันก็จะผ่านไป ในประวัติศาสตร์โลกเรามีโรคระบาดใหญ่ๆ ผ่านมาหลายที ล่าสุดเมื่อ100ปีก่อนมีไข้หวัดใหญ่สเปน ก็ระบาดกันเยอะ แต่โลกก็ยังอยู่ได้ เราก็ต้องดูแลตัวเองให้เข้มแข็งทั้งกายและใจ ปรับทั้งตัวและธุรกิจเพื่อให้เราอยู่รอด แล้วก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนอดทน สู้ ผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปด้วยกันนะคะ”

นายแพทย์พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ แพทย์และผู้บริหารประจำ ศูนย์นวัตกรรมความงามกรุงเทพ AIC (AIC Clinic) ที่มีความเชี่ยวชาญในการรักษาและปรับรูปหน้าเป็นอันดับ1 เผยว่า “ตอนนี้การเตรียมความพร้อมของ AIC Clinic นั้น คือ อันดับแรก ณ ตอนนี้คลินิกผมทำความสะอาดฆ่าเชื้อไปแล้ว 1 รอบ และก่อนที่จะเปิดทำการเราจะทำการฆ่าเชื้ออีก 1 รอบ และที่สำคัญวันที่เปิดรับลูกค้าเราจะมีการตรวจวัดไข้ และมีเจลล้างมือ มีแอลกอฮอล์ให้กับลูกค้า มีการซักประวัติลูกค้าก่อนทำการรักษา ซึ่งถ้าลูกค้าท่านใดที่คิดว่าตัวเองมีความเสี่ยง หรือทางเราดูแล้วประวัติไม่น่าไว้วางใจ ทางคลินิกเรา จะมีการตรวจเชื้อโควิด 19 ด้วยเครื่องตรวจที่เรียกว่า ควิ๊กซ์เทสต์ซึ่งเราสั่งซื้อมาจากประเทศเกาหลี ซึ่งถือว่ามีมาตรฐานระดับหนึ่งเลยก็ว่าได้

ในส่วนของพนักงานก่อนทำการปฏิบัติงานในวันแรก แน่นอน เราต้องมีการตรวจเชื้อด้วยอุปกรณ์ตรวจวัดโควิด19 จากประเทศเกาหลี เพื่อให้เราวางใจได้ว่าพนักงานและหมอที่คลินิกเราปลอดโรคจริงๆ และบุคคลากรของเราจะทำการตรวจซ้ำทุก 2 สัปดาห์ ซึ่งข้อเสียของควิ๊กซ์เทสต์นี้ก็คือ ถ้าคนไข้ได้รับเชื้อมา 1-2 วันก็จะหาไม่เจอ แต่มันเหมาะกับการตรวจสำหรับผู้ที่คิดว่ามีความเสี่ยงจริงๆ ซึ่งผมยืนยันและมั่นใจว่าชุดตรวจที่ผมนำมาใช้นั้นค่อนข้างแม่นยำแน่นอนครับ

มาตรการต่อไปสำหรับในคลินิกก็คือ บุคลากรของเราจะสวมใส่แมส 2 ชั้นเพื่อความปลอดภัย และมั่นใจว่าเชื้อจะไม่หลุดหรือแพร่กระจายออกไป และในระหว่างวัน เรามีแม่บ้านที่ทำความสะอาดคลินิกอยู่แล้ว ซึ่งเมื่อก่อนเราทำความสะอาดวันละครั้ง แต่ตอนนี้เราทำความสะอาดเพิ่มขึ้นเป็น 2-3 เท่า ส่วนเรื่องผ้าปูเตียง หรือ ผ้าห่มที่คนไข้ต้องใช้ ทางเราก็เปลี่ยนทุกครั้งที่ลูกค้ามาใช้บริการอยู่แล้วครับ เพราะคลีนิกของเรามีเครื่องซักทั้งปั่นและอบร้อน ในตัวซึ่งสะดวกสบายและปลอดภัย

สำหรับคนไข้นั้น เราจะมีการซักประวัติเพิ่มเติมเพื่อใส่เข้าไปใน OPD การ์ด และนอกจากนี้ถ้าคนไข้ไม่มั่นใจสามารถร้องขอให้ทางคลีนิกเราตรวจด้วยควิ๊กซ์เทสต์ได้เหมือนกัน ซึ่งผลนี่ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีก็รู้ผลแล้วครับ

คลินิกของผมค่อนข้างไพรเวท เรารับลูกค้าระดับไฮเอ็นท์ ซึ่งเป็นการนัดล่วงหน้า และมีระยะเวลาไม่มีมานั่งคอยอยู่แล้วครับ อันนี้ผมว่าร้านเราเกินมาตรฐานของที่รัฐบาลกำหนดแน่นอน รับรองได้ว่าปลอดภัยและมีมาตรฐานครับ และถ้าเราได้ไฟเขียวจากรัฐบาลให้เปิดทำการ ทางเราก็พร้อมที่จะปฏิบัติงานได้เลยครับ เพราะเราเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วครับ

ผมก็อยากจะฝากถึงคนไทย คือต้องบอกว่าเนื่องจากวิกฤต เกิดทั่วโลก ทุกคนได้รับผล แต่ผมยังเชื่อว่า ฟ้าหลังฝนจะสดใสเสมอ อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีสติ ในการดำรงชีวิต  เพื่อให้เราผ่านพ้นช่วงนี้ บางครั้งถ้าเราคิดว่าเราลำบาก ผมอยากให้ลองหันไปมองคนอื่นๆ เค้าอาจจะลำบากกว่าเราหลายเท่าตัวก็ได้ คนที่คิดจะฆ่าตัวตาย นอกจากจะผิดหลักการหลายๆ อย่างแล้ว ในทางพระพุทธศาสนา การฆ่าตัวตายยังเป็นบาปด้วยนะครับ อดทนนะครับ อีกไม่นานมันก็จะผ่านไป

 



ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *